[Cubic School] สมัครเป็นครูคณิตศาสตร์ครับ
posted on 16 Jul 2008 19:08 by liveevilเปิดบล็อคของครูซันครับผม ^ ^
entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนลูกบาศก์วิทยา [cubic school] ครับ
+--------------------+
(A) รายละเอียดของตัวละครที่ต้องการ
1. ชื่อตัวละคร
- ภาณุรัตน์ วิวัฒนวงศกุล ( ซัน )
2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม), เพศ
- 24 ปี / ชายแ ( แท้นะครับ = =;;; )
3. วันเกิด
- 18 ธันวาคม
4. ความสูง
- 178 ซม.
5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และัอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)
- เป็นคนผิวขาวเกินเหตุ เกิดและเติบโตที่อเมริกา กลับมาอยู่ไทยตอนที่อายุ20
ที่กลับมาอยู่ไทยเพราะว่าอยากมาอยู่ทางแม่มากกว่า (
พ่อ-แม่แยกกันอยู่กันตั้งแต่อายุ10ขวบ เลยอยู่อเมริกากับพ่อ
แต่พูกภาษาไทยคล่องนะครับ ) รูปร่างสูงผอม สายตาสั้นราวๆ-500
ทำให้ปกติจะใส่แว่นตลอด
ผมยาวประบ่าสีดำสนิทมัดหรือติดกิ๊ปไว้ตลอดเพราะมันร้อน...
ที่ไว้ผมทรงนี้เพราะคิดมาจากที่อเมริกาครับ เลยไว้ผมประบ่ามาตลอดตั้งใจว่าจะตัดแต่แม่ห้ามครับ = =
(ลูกชายคนเล็กที่อยู่ร.ร.เอกชนเพราะแม่ไม่ชอบลูกชายผมสั้นครับ)
ส่วนที่มักจะทำผมทรงแปลกๆไม่ว่าจะกิ๊บเอยที่คาดผมเอยนี่
มาจากการทำผมไม่เป็นแต่ร้อนครับ
จะพยายามทำอะไรกับหัวก็ได้ให้มันเก็บผมไปให้ได้มากที่สุด
เป็นพวกขี้ร้อนมากเสื้อผ้าที่ชอบใส่จะเป็นพวก แขนกุด-แขนสั้น
กับกางเกงขาสั้น ....
แต่เวลาแต่งตัวมาทำงานก็จะเป็นเชิ้ตสีขาวกับกางเกงแซคสีดำ
ไทด์ที่ใส่สีจะเปลี่ยนไปตามวันตั้งแต่ จันทร์-อาทิตย์....
เพราะฉนั้นโดยรวมๆคงแบบนี้น่ะครับ

6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)
- เป็นพวกติดของหวานครับ ในแฟ้มเก็บของส่วนตัวหรือพวกกระเป๋าส่วนตัวนี่จะมีพวกลูกอม อมยิ้ม หรือพวกช็อคโกแล็ตอยู่ตลอดเวลา
นิสัยโดยทั่วไปก็จะเป็นพวกอ.ที่ติดนิสัย "แบบว่ายังเด็กอยู่...."
เลยเป็นพวกวีนแตกง่ายมาก-มากที่สุด
พอวีนแตกแล้วของทุกอย่างที่เป็นอาวุธได้จะกลายเป็นอาวุธ(บิน)ทั้งหมดตั้งแต่แปรงลบกระดานยันรองเท้า
ความอดทนต่ำ แต่กับผู้หญิงจะเป็นคนที่เก๊กขึ้นมาทันที ความเป็นสุภาพบุรุษ
และความยุติธรรมในใจสูงมาก ถ้าใครก็ตามทำในสิ่งที่เขาคิดว่า "ผิด"
ก็จะไม่มีวันยอมง่ายๆ
ชอบของแบรนด์เนมมากๆ เกลียดของก๊อปเข้ากระดูกดำ..... แบรนด์ที่ชอบมากที่สุดคือ Dior
ถึงจะชอบของแบรนด์แต่ปกติจะไม่ค่อยเนียบเท่าไหร่เพราะเป็นคนเลือดร้อนครับ
ติดเกมเป็นชีวิตจิตใจ..... ปกติจะพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนด้วยตลอด
พอว่างก็จะมานั่งเปิดเกมเล่น เกมที่โปรดปรานที่สุดคือ
Winning(มั๊ยสราด...)
ตอนเย็นๆก่อนกลับจะแว๊บมาเล่นกีฬากับเด็กนักเรียนเสมอ
แล้วกีฬาที่เล่นก็ไม่พ้น "เตะบอล"
ถ้าวันไหนมาสอนสาย....หมายความว่า คืนนั้นมีบอล .... ทีมที่ชอบคือหงส์แดง
แต่ไม่ได้เกลียดปีศาจแดง เพราะถือว่า "ยังไงมันก็แดงเหมือนกัน
ก็ชอบมันทั้งสองทีมนั้นแหละ"
สิ่งที่เกลียดมากๆคือความไม่ยุติธรรม พริกหยวก ฟักทอง และ "แมว"
สามอย่างแรกไม่ค่อยเท่าไหร่แต่อันหลังสุดนี่ถึงกับไม่สามารถเข้าใกล้เกิน2เมตรได้เลยทีเดียว
7. ความสามารถพิเศษ (ที่ไม่เหนือกฎธรรมชาิติ อันนี้ขอคนธรรมดาครับ)
- มายากลและการพนันครับ (
ถึงจะได้ชื่อว่ารักความยุติธรรมขนาดไหน
แต่เรื่องการพนันเท่านั้นครับที่ยกเว้น...... โกงได้เป็นโกง ทุกตา )
แล้วก็เป็นพวกหูไวตาไว้ครับ.... โพยเอย ส่งซิกซ์กันเอย นินทาชาวบ้านเอย..... จับได้หมด....
8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)
-
เรียนจบปริญญาโทภาควิชาณิตศาสตร์ด้วยเกียรตินิยมอันดับ1 ตั้งแต่อายุ22
พอมาเมืองไทยหวังจะมาอยู่กับแม่สบายๆ (
เพราะอยู่ที่เมกาพ่อให้ดูแลบริษัทต่อ )
แต่พอมาอยู่แม่ก็ใช้ให้มาสมัครงานทำด้วยเหตุผลที่ว่า
"ถึงจะมีเงินแต่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน สาวที่ไหนก็ไม่เอาหรอกนะ"
เช่นนั้นแล....... เลยต้องจรลีมาสมัครงาน จะให้ไปสมัครเป็นอ.มหาลัยก็ไม่ได้ เพราะอายุไล่กันเกินไป มีแต่เด็กจะเล่นหัวเอา
ครอบครัวมีน้องชายที่อยู่เมืองไทยกับแม่ตั้งแต่เด็ก ชื่อ สกรรันต์
วิวัฒนวงศกุล (แซนด์) เรียนอยู่ ม.3ร.ร.เอกชนแห่งหนึ่ง แม่เรียนจบทันตะ
ปัจจุบันเปิดคลีนิคเล็กๆที่ได้เงินดีไม่ใช่เล่น
พ่อเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ที่อเมริกา ไม่ได้หย่ากันแต่แยกกันอยู่เฉยๆ
ปกติกับน้องชายจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ กัดกันซะส่วนมากจนเป็นที่ชินชาของคนอื่นๆในบ้านโดยทั่วไป
9. วิชาที่จะสอน
-คณิตศาสตร์หลัก [ จำนวน2หน่วยกิต ]
10. แนวทางในการทำงานของคุณ (เช่นวิธีในการสอนของคุณ)
- สอนแบบไม่ค่อยใช้สมุดหรือหนังสือ แต่จะมีใบงานให้
เวลาออกข้อสอบ จะเป็นแบบอัตนัยซะส่วนมาก เวลาตรวจจะไม่ค่อนเข้มมากเท่าไหร่
ถ้าทำมาได้บ้างไม่ได้บ้างก็ให้ๆไป
เกลียดพวกอาจารย์ที่หัวโบราญสอนแบบท่องจำเอย ทำงานแบบวิธีทำละเอียดยิ้บเอย
เพราะเคยเจออาจารย์ประเภทนี้ตอนระหว่างเรียน
11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ
- เกลียดอากาศร้อนเข้าไส้.... เป็นโรคแพ้แดด โดนแดดแล้วจะตัวแดง บางทีอาจถึงขั้นสลบ...
ชอบอ่านการ์ตูนแนวบู้ๆทั่วไป.....
+------------------------------+
(B) การสอนครั้งแรกของคุณในโรงเรียนนี้
การเรียนการสอนครั้งแรกในวิชาคณิตศาสตร์
[[โรงเรียนลูกบาศก์วิทยา : Cubic School]]
+--------------------------------+
ผมเดินเข้ามาที่โรงเรียน “ลูกบาศก์วิทยา” ที่ แม่ ของผม (ไสหัว) ผมให้มาสอนที่นี่ครับ....
ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อโรงเรียนนี้...สิ่งที่ผมซึ่งเป็นเด็กคณิตศาสตร์โดยตรงคิดก็คือ.....
เด็กโรงเรียนนี้ มันเลขรูบิค เป็นกันทุกคนเลยรึเปล่านะ
แน่นอนครับที่ผมคิดแบบนั้นก็เพราะว่า ผม นาย ภาณุรัตน์ วิวัฒนวงศกุล คนนี้เชื่อมั่นอย่างเต็มอกในฝีมือการเล่นรูบิคของตัวเอง.....
...............................
.................
ห้องพักอาจารย์
สถานที่แรกที่ผมมาหยุดคือห้องที่หน้าห้องเขียนไว้ว่า “ห้องพักอาจารย์” ผมมองเข้าไปในห้องหวังจะทักทายเพื่อนร่วมงานทุกคน แต่ทว่า.......
ว่างเปล่า......
.............
.....
“แล้วคนหายไปไหนกันหมด..............” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าเดินไปที่โต๊ะของตัวเองในห้องพักครู
5 นาทีผ่านไป.......
10 นาทีผ่านไป.............................
15 นาทีผ่านไป.............................................................
ผมเริ่มยกนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองขึ้นมาดู เผื่อว่านี่มันอาจจะเลยเวลา หรือถึงเวลาสอนแล้วถึงไม่มีอาจารย์คนอื่นอยู่ในห้องนี้เลยนอกจากผม....
08.09 น.
มันก็ยังไม่เลยนี่หว่า.......
“อ้าวสวัสดีครับ ครูเพิ่งมาใหม่เหรอครับ” เสียงทักดังมาจากประตูห้อง ทำให้ผมโล่งใจไปได้อีกเปราะ.... เปราะที่ว่าคืออะไรน่ะเหรอครับ......
คือ ผมมาโรงเรียนไม่ผิดวันน่ะสิครับ......
“อา....ครับผม” ผมตอบคนที่คาดว่าจะเป็นอาจารย์อีกคน ถึงหน้าของหมอนี้จะดูไม่ค่อยให้แต่ก็ขอเดาว่าอาจารย์เหมือนกันไว้ก่อนแล้วกันนะ....
“โอ้ว ยินดีที่รู้จัก ฉันจอมฟ้า เรียกสายฟ้าดีกว่านะ” อาจารย์ผมทองทักทายอย่างอารมณ์ดี.... แน่นอนครับผมว่าอาจารย์แกคงต้องเป็นพวกอาจารย์สอนพละหรืออะไรพวกนั้นแน่ๆ ดูจากท่าทาง
“ยินดีที่รู้จักครับผม ภาณุรัตน์ เรียก ซัน ก็ได้ครับ”
ผมแนะนำตัวเอง........ แล้วผมก็ต้องขยี้ตาอีกครั้ง เมื่อโต๊ะที่อาจารย์สายฟ้าคนนั้นไปนั่งคือ โต๊ะของอาจารย์ฟิสิกส์....
บางที...... ผมอาจจะตาฝาดไปก็ได้...
“คุณสอนวิชาอะไรเหรอครับ” ผมตัดสินใจจะถามมากกว่ามั่งขยี้ตารอบที่4
“ฟิสิกส์”
“ฟิสิกส์!?”
“อืม....ใช่ฟิสิกส์ ทำไมเหรอ”
เปล่าครับ.... ผมคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป... บางทีผมอาจอยู่ที่อเมริกามานานเกินไปทำให้ติดสภาวะที่โน้นก็ได้... ผมไม่เคยเห็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ให้ฟิลแบบนี้มาก่อน...............
“เออ.....ขอโทษอีกครั้งนะครับ นี่ยังไม่เข้าคาบเรียนแรกใช่ไหมครับ” ผมตัดสินใจเป็นฝ่ายถามอีกครั้ง
ไม่เป็นไรครับผมถือว่าไม่รู้ย่อมไม่ผิด....
“ใช่”
“แล้วอาจารย์คนอื่นไปไหนกันหมดน่ะครับ”
“เข้าแถวหน้าเสาธงไง ฉันมาสายไปหน่อยเลยโดดมานี่แหละ”
อ๋อครับเข้าแถวหน้าเสาธง....................ผมพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะทวนคำนั้นอีกครั้งในสมอง...........
เขาแถวหน้าเสาธง...........
เขาแถวหน้าเสาธง..........................................
“ใครตายเหรอครับ ถึงต้องเคารพ”
โครม!!!!
ผมว่าเหมือนผมได้ยินเสียงอาจารย์สายฟ้าสะดุดอะไรบางอย่างทั้งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
“นี่นายมาจากดาวไหนเนี่ย....” อาจารย์สายฟ้าเป็นฝ่ายถามบ้าง ถึงจะเป็นคำถามที่ดูประหลาดไปซักหน่อย ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่
“ทำไมเหรอครับ ผมพูดอะไรผิด”
“ก็ไม่รู้จักเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธงเหรอไง......” เขาถามอีกครั้ง แต่นี้ผมคงตอบได้มากกว่าข้อที่แล้ว
“ไม่รู้....เลยครับ”
นั้นแหละคำตอบของผม........
“มันคือการที่นักเรียนไปเข้าแถวร้องเพลงชาติหน้าเสาธง แล้วก็สวดมนต์ไงล่ะ”
ผมพอคิดภาพออกครับ..... ถึงจะไม่เคยเห็นก็เถอะ
“ครับ (เหมือนจะ)เข้าใจล่ะครับ แปลว่าพรุ่งนี้ผมก็ต้องไปหน้าเสาธงอะไรซักอย่างในตอนเช้าใช่ไหมครับ”
“ใช่!”
+------------------------------------------------+
หลังจากที่ทุกคนเข้าแถวหน้าเสาธงเสร็จ ผมก็พอรู้อะไรหลายๆอย่างของโรงเรียนนี้ได้จากอาจารย์คนอื่นๆอีกนิดหน่อย..... ของแบบนี้มันก็ต้องเรื่อยๆแหละนะ
และตอนนี้ นี่เป็นวิชาที่ผมจะต้องสอนเป็นคาบเรียนแรกในชีวิตที่ผมจะได้เป็น “ครู”
จะว่าไปมันก็เท่ห์ดีแหะ....
ผมก้าวผ่านประตูห้อง มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 1 เข้าไป... ทันทีที่ผมเข้าไปเสียงในห้องที่เคยดังเจี๊ยวจ๊าวกลับเงียบในพริบตา
เด็กที่นี้มารยาทดีนะ.....ยังคิดไม่ทันจบ นักเรียนทั้งห้องก็หันกลับไปคุยกันต่ออย่างไม่ได้มีใครสนใจการมาของผมสักคน
อาจารย์ครับ... ผมเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์แล้วครับ โปรดให้อภัยลูกศิษย์คนนี้ตอนเรียนด้วยเถอะ
เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจจิตใจของอาจารย์ที่เคยสอนพวกผมเลยจริงๆ
“เงียบก่อนได้ไหมพวกเธอน่ะ”
ผมตัดสินใจพูดปรามด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก เขาว่ากันว่าความประทับใจครั้งแรกคือสิ่งสำคัญที่สุด ผมยังไม่อยากให้เด็กนักเรียนเกลียดหรือกลัวผมครับ
“อ้าว อาจารย์เหรอครับ ผมนึกว่าเด็กใหม่” เสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งในห้องดังขึ้นมา ทำเอาผมถึงกับปวดใจไปเลยทีเดียว......
ขอโทษนะที่ตูมันไม่มีความเป็นผู้ใหญ่.....
ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อนว่าตูเป็นอาจารย์.....
ขอโทษนะที่ตูเกิดมาแล้ว(เจือก)เตี้ย!!!!!!!!!!!!!............
เสียงในใจผมประท้วงเงียบๆคนเดียว ก่อนจะกระแอ่มไอเบาๆ.... ไม่ใช่เพราะอะไรติดคอหรอกครับ แต่เพราะให้มันดูมีมาดขึ้นพอน่าเกรงขามบ้าง....
เล็กน้อยก็ยังดี......
“สวัสดีนักเรียนทุกคน” ผมยืนหน้าห้องแล้วเอ่ยปากทักทายก่อน
“นักเรียนทำความเคารพ!” เสียงของนักเรียนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าห้องสั่งทำความเคารพ
แล้วไม่นานเสียงในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันว่า
“สวัสดีครับ/ค่ะ”
“อา... ครูชื่อ ภาณุรัตน์ วิวัฒนวงศกุลนะ แต่..... จะเรียกครูว่า “ครูซัน” ก็ได้นะไม่ได้ว่าอะไร” ผมเริ่มเกรง.... นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ต้องสอนหนังสือหน้าชั้น ถึงตอนเรียนจะมีให้ออกมารายงานบ้างก็เถอะนะ แต่มันไม่เหมือนกันซักนิด.....
ให้ตายสิจ๊อตโต้ว............
“ครมาเป็นครูวิชาคณิตนะ เออ........แล้วก็” ผมหยิบกระดาษรายชื่อนักเรียนที่มีกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อวิชาต่างๆและเกรดวิชาคณิตของนักเรียนห้อง ม.4/1 ที่ขอผ.อ. ไว้เป็นการพิเศษขึ้นมาจากแฟ้มงาน
“ในห้องนี้มีใครที่ชอบเรียนคณิตบ้างน่ะ”
ฝ่ามือถูกยกขึ้นมาทีละเล็กละน้อย
ผมมองนักเรียนแต่ล่ะคนที่ยกมือซึ่งมีราวๆ 6-7 คนเท่านั้น แล้วมองในใบข้อมูลที่ได้มา.....
ข้อมูลไม่ผิดสินะ....................................
“อื้ม......ครูก็รู้นะว่าวิชาคณิตมันยาก เป็นปกติอยู่แล้วล่ะที่นักเรียนในห้องที่มีตั้ง 40กว่าคนจะชอบไม่ถึง 10คน.........” ผมลงพูดหยั่งเชิงเผื่อจะมีอะไรตอบรับมาบ้างแต่ทว่า.......
“ครูมีแฟนรึยังคะ” เด็กสาวท่าทางเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ที่นั่งอยู่เกือบริมหน้าต่างยกมือขึ้นถามตรงๆ
“เออ.....วิชาของครูไม่ต้องใช้สมุดนะ ครูจะมีชีตมาแจกให้ แต่ถ้าใครทำชีตหายตอนเก็บส่งก็เขียนใส่สมุดมาก็ได้”
ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องครับ
“ครูชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอคะ” เด็กสาวคนเดิมยิ้มแย้ม เหมือนเขาจะสนุกสนานมากกว่าถามอย่างจริงจัง
“อะแฮ่ม... ฉันเป็นครูนะ”
ผมพูดให้ดูมีมาดของครูมากขึ้นอีกนิดแต่เหมือนมันไม่ได้ช่วงอะไรเลยในเมื่อ
“อาจารย์ชอบผู้ชายเหรอคะ?”
ไม่ครับ..................ไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมครับที่พูดแต่เป็นเด็กสาวผมทำข้างหน้าต่างเกือบหลังห้อง
“ใจเย็นๆ เรื่องส่วนตัวไว้นอกคาบได้ไหม” ผมขวางให้เรื่องมันจบ...
แต่ผมว่าบางทีผมอาจคิดผิดไป....แต่ก็ช่างมันเถอะ
“นี่เป็นจุดประสงค์ที่เราจะเรียนกันเทอมนี้นะ” ผมส่งกระดาษชีตสีน้ำตาลให้หัวแถวแต่ละแถวรับไปแจกต่อส่งไปข้างหลังเรื่อยๆ
ระหว่างที่นักเรียนกำลังส่งกระดาษชีตต่อไปข้างหลังเรื่อยๆ ผมก็เริ่มทำอะไรที่ดูเป็นอาจารย์ซักหน่อย
“อืม ห้องนี้มีกัน48คนสินะ.... ครูจะพยายามจำพวกเธอให้ได้ให้หมดก็แล้วกัน”
ผมเงียบเว้นว่างเป็นช่วงเพื่อคิดต่อว่าจะพูดอะไรต่อไปดี
“วิชาคณิตศาสตร์ของครูเป็นคณิตหลักนะ หน่วยกิต 2 เพราะฉะนั้นเราก็จะเจอกัน4คาบต่ออาทิตย์... อย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนแล้วกัน”
ผมหยุดพูดอีกครั้ง.......เพื่อคิด....
“เออใช่แล้วก็.... ขอสอบของครูเป็นอัตนัยทั้งหมดนะ เพราะฉะนั้นดวงก็เดาไม่ได้หรอก มีอะไรที่สอนไปแล้วไม่เข้าใจก็ถามได้เรื่อยๆนะ”
“แต่ถ้าครูจะเข้าห้องน้ำก็ไม่ต้องตามมาถามหรอก”
.....................
...............
....ไม่ขำครับ.................................
เชื่อสิครับเมื่อกี้ผมพยายามจะเล่นมุขแล้วนะครับ.............
แต่ช่างมันเถอะครับ...........
“อืม........ งั้นอีกคำถามนะ ในพวกเรามีใครเรียนพิเศษที่โรงเรียนกวดวิชามาบ้างแล้วมั่ง” ผมลองถามคำถามพื้นๆที่น่าจะมีคนให้ความสนใจมากกว่า
มีนักเรียนบางส่วนยกมือ
“เธอน่ะ ยืนขึ้นแล้วแนะนำตัวหน่อย” ผมชี้ไปทางเด็กนักเรียนตรงหน้าผมคนหนึ่ง
“ผมเหรอครับ?” เขาถามกลับผมเลยพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการให้คำตอบแบบผู้ใหญ่... “ทวิชา คัคนานันต์ครับ ชื่อเล่นชื่อวิ”
“วิสินะ.... เท่าที่อ่านในใบที่ครูให้ไปพอจะรู้ไหมว่าเรื่องที่เราเรียนคืออะไรบ้าง”
“ครับ รู้ครับ”
“งั้นลองอธิบายเรื่องแรกมาซักหน่อยว่าเธอรู้มาก-น้อยขนาดไหน”
“เซทมีไว้บอกว่าในกลุ่มๆ นึง มีสมาชิกคืออะไรบ้าง โดยมากจะนิยมตั้งชื่อเซทด้วยอักษรพิมพ์ใหญ่ เช่น A, B, C เขียนสัญลักษณ์ แทนด้วยเครื่องหมายปีกกา คร่อม สมาชิกแต่ละตัวในเซท หรือในกลุ่มๆ นั้น เซท แบ่งเป็น 2 ประเภท จำแนกตามจำนวนสมาชิกในเซท1. เซทจำกัด หมายถึงเซทที่มีสมาชิกเป็นจำนวนจำกัด .. ก็คือสามารถบอกได้ว่ามีสมาชิกกี่ตัว 2. เซทอนันต์ หมายถึงเซทที่มีสมาชิกเยอะจน นับไม่ถ้วน แล้วก็ ...........”
“พอๆๆๆ ครูเข้าใจแล้วว่าเธอรู้.....”
ในชั่ววินาทีนั้นผมก็มีความคิดหนึ่งแว๊บขึ้นมาในหัวสมอง.... บางทีเด็กร.ร.นี้อาจเป็นเด็กอัจฉริยะก็ได้.............
“งั้นลองเธอคนคนที่นั่งอยู่แถวที่สามฝั่งโน้น” ผมชี้ไปทางเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง “แนะนำตัวแล้วลองบอกครูหน่อยว่าตรรกศาสตร์คืออะไร”
“เอ๋หนูเหรอคะ?? ....” เด็กสาวยืนขึ้นอย่างงงๆก่อนจะแนะนำตัว
“ปรินทร์ทิพย์ สิริอนันต์กาล ชื่อเล่นชื่อปลาค่ะ ส่วนตรรกศาสตร์......มันคือการใช้ความคิดอะไรแบบนั้นรึเปล่าคะ (ที่เหมือนในซิม ฝึกค่าตรรกะ) ”
“เออ.......เหมือนจะผิดประเด็นไปนิดนะ....”
แล้วผมก็ได้รู้อีกครั้งว่า ไม่ใช่เพราะร.ร.นี้อัจฉริยะ แต่เด็กแต่ละคนคงไม่เหมือนกันมากกว่า......
“เอานั่งลงได้ แล้วทุกคนคิดว่าวิชาคณิตศาสตร์มีส่วนสำคัญยังไงกับชีวิตบ้าง เธอคนที่นั่งแถวเกือบหลังสุดติดหน้าต่างน่ะ ไหนลองตอบมาสิ”
“กัมปนาท อินทศรค่ะ ชื่อเล่นชื่อบูม~ บูมคิดว่าคณิตศาสตร์เยี่ยสำคัญมากๆเลยนะคะ รองจากวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรนิดหน่อย” เด็กสาวตอบอย่างเจื้อยแจ้ว ดูน่ารักสมกับเด็กวัยนี้ดี
“ยังไงบ้างในความคิดของเธอ”
“ก็จะได้เอาไว้คิดราคาระหว่างคนสวน พ่อค้าคนกลาง แล้วก็พวกที่ขายทั่วไปในตลาดไงคะ ไหนจะดัชนีหุ้น แล้วก็ยังสูตรปุ๋ยที่สำหรับปลูก ค่าpH แล้วก็อีกหลายอย่างเลยล่ะค่ะ”
ผมคิดว่าคำตอบของเธอมันออกจะแปลกไปซักหน่อยนะ.... แต่ก็ดูเป็นชีวิตประจำวันดีเหมือนกัน
นั้นทำให้ผมสงสัยอีกอย่างหนึ่ง....
ชีวิตประจำวันของเธอคนนี้เป็นยังไงกันแน่นะ......
“อืมตอบได้ดีมาก นั่งลงได้” แต่ผมก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งมากซักเท่าไหร่ ถึงแม่จะบอกว่าที่เมืองไทยเป็นคนเปิดเผยยิ้มแย้ม เป็นคนดีขนาดที่ว่าสามารถถาม How old are you? ได้ก็เถอะ แต่ผมว่าถ้าถามอะไรมากๆอาจจะมีการคลืบแคลงใจก็ได้.....มั้ง??
“แล้วพวกเธอคิดว่าของเล่นที่วัยรุ่นนิยมใช้ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง” ผมถามขึ้นมาให้เกี่ยวกับชื่อของโรงเรียนนี้ครับ....
เพื่อตอบความสงสัยของผมเมื่อเช้าว่าทำไมโรงเรียนนี้ถึงชื่อคิวบิคสคูล
“Sudoku ค่ะ/ครับ”
แต่เหมือนผมจะได้คำตอบที่น่าผิดหวังอีกครั้ง.......
ผมรู้ครับSudoku เป็นการฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์อย่างหนึ่งที่นิยมเล่นกันมากในปัจจุบัน แต่โรงเรียนนี้ชื่อรูบิคไม่ใช่เหรอครับ ทำไมทุกคนถึงมองข้ามมันไปเล่า......
“รูบิคครับ” เสียงหนึ่งกู้ความหวังเล็กๆของผมกลับมา
“อะฮะ ไหนคนที่ตอบว่ารูบิคยืนขึ้นแล้วแนะนำตัวที”
“ต้นไม้ รัตนมณีโชติ ชื่อเล่นชื่อต้นไม้ครับ” เด็กหนุ่มที่นั่งข้างหลังคนที่ชื่อวิยืนขึ้นแนะนำตัวพร้อมกับรูบิคในมือ
“อืมต้นไม้ เธอควรกินนมบ้างนะ” ผมแนะนำ ถึงมันจะดูไม่เกี่ยวกันซักเท่าไหร่แต่มันอยากพูดขึ้นมาซะเฉยๆ
“ห๊า.....”
“แค่นั้นแหละนั่งลงเถอะ”
ไม่ใช่แค่ต้นไม้ครับที่สงสัยว่าผมพูดทำไม.... ผมเองก็สงสัยครับ แต่เห็นขนาดตัวแล้วมันอดพูดไม่ได้จริงๆหรือเพราะว่าผมจะเห็นเด็กตัวเปรตๆที่อเมริกามาเยอะกันแน่นะ......ทั้งที่อยู่อเมริกาผมว่าผมเตี้ยมากแล้วแท้ๆ
และเหมือนกับว่าผมจะหมดเรื่องพูดอีกครั้ง.......
จะเริ่มสอนเลยดีรึเปล่านะ.....เอ๋แต่มันแค่ช.ม.แรกเองนะจะสอนเลยมันก็เครียดไปรึเปล่า
เอายังไงต่อดีล่ะ....
เวลาแต่ล่ะนาทีใน50นาทีช.ม.แรกที่ผมเข้าสอนนั้น มันนานราวกับ.............
50ช.ม..................ไม่ครับมากกว่านั้น
50วัน............ไม่ครับมากกว่านั้นอีก
50สัปดาห์.... ไม่มันมากกว่านั้นครับ.........
50เดือน........ยังน้อยไปอยู่ดีครับ
50ปี..................................................
นั้นแหละครับใช่เลย..................... ผมเกือบคิดว่าจะแก่ตามในหน้านั้นซะแล้ว.......
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นครูแบบนี้ สงสัยเป็นเพราะผลกรรมตอนเด็กๆที่รังควาญคุณครูที่ร.ร.บ่อยๆล่ะมั้งครับ
กรี๊งงงงงงงงงง
เสียงออดช่วยชีวิต......
ผมรู้สึกรักออดมากครับ....แล้วผมก็ผ่านคาบแรกของชีวิตมาด้วยความราบรื่น(?)
+---------------------------------------------+
พักกลางวัน....
ช่วงเวลาที่ผมคิดว่าคงจะดีที่สุดสำหรับวันแรกของการสอน.... มันจะดีมากถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
“อาจารย์คะ” เด็กสาวผมสีดำยาวเดินมาทักทายผม ในมือของเธอถือสมุดเล่มสีม่วงประหลาดๆน่าสงสัยมาด้วยอีกเล่ม
“นักเรียนห้อง 4/1 สินะ มีอะไรเหรอ” ผมถามกลับ
“ชื่อเทียนค่ะ เรียกฟ้าก็ได้”
“อาครับฟ้ามีอะไรกับครูเหรอ”
“อาจารย์ซัน.... ชอบผู้ชายจริงๆเหรอคะ”
= =;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;
การเรียนการสอนครั้งแรกในวิชาคณิตศาสตร์ มัธยมศึกษาปีที่4 ห้องหนึ่ง...........
ไม่ปลื้ม (ว้อย) ครับ!!!!!!!!!!!!!!!!

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับครูซัน
#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2008-07-16 19:38